ไม่ต้องทิ้งงานประจำก็ทำได้ก็สามารถสร้างรายได้จากเกษตรได้ในเนื้อที่1ไร่

1 ไร่วัยทำงาน ไม่ต้องทิ้งงานประจำก็ทำได้
หากจะปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปจนใกล้วัยเกษียณแล้วจึงค่อยเริ่มต้นลงมือทำ 1 ไร่ใกล้เกษียณอาจจะช้าไปเสียแล้ว แต่คราวนี้มนุษย์เงินเดือนที่ทำงานประจำ มีรายได้เป็นหลักเป็นแหล่งก็สามารถทำเกษตรในพื้นที่ 1 ไร่ ได้เช่นกัน และที่สำคัญต้องไม่ลาออกจากงาน ยังมีเงินเดือนเป็นรายได้หลักอยู่เหมือนกัน
1 ไร่ วัยทำงาน เกษตรประณีตทำได้ ไม่ต้องทิ้งงานประจำ
เกษตรประณีต 1 ไร่ สำหรับมนุษย์เงินเดือน
หลังจากแนวคิดเรื่อง 1 ไร่ใกล้เกษียณ ถูกตีพิมพ์ลงในวารสารเกษตรธรรมชาติ ในฉบับที่ ๘/๕๖ ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคนวัยใกล้เกษียณทั้งหลาย แต่หากจะรอให้ถึงวัยใกล้เกษียณ กำลังวังชาที่เคยมีคงเริ่มถดถอย ความตั้งใจที่จะมีบ้าน สวน ปลูกผัก เลี้ยงปลา เป็นงานอดิเรกหารายได้เล็กๆน้อยๆเลี้ยงตัวในยามเกษียณก็ดูท่าจะทำได้ยากแล้วในตอนนั้น
ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ แห่งบ้านสองสลึง ตำบลสองสลึง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ได้มีแนวคิดเรื่อง” 1 ไร่วัยทำงาน “ ขึ้นมาสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่แม้จะทำงานประจำอยู่ก็สามารถที่จะทำประโยชน์จากพื้นที่ 1 ไร่ได้ โดยที่ไม่ต้องลาออกจากงาน ทิ้งเงินเดือนที่เป็นรายได้หลักแต่อย่างใด
“ เมื่อก่อนตอนที่ทำเรื่อง 5 ไร่ 5 ปี ปลดหนี้ 1 ผมออกแบบพื้นที่ขนาดใหญ่เกินไป คนจะทำตามพอเห็นเนื้อที่มากก็ทำตามกันไม่ไหวจึงรู้สึกว่ามันมีช่องโหว่เลยลดขนาดพื้นที่ให้เล็กลง แต่มีเนื้อหาที่เข้มข้น แต่ก็เกิดปัญหาอีกคือไม่ว่าผมจะพูดอะไรไปทุกคนจะมองเรื่องตัวเงินเป็นหลัก อย่างทำเรื่อง 3 ไร่ ใกล้เกษียณ ก็จะถามว่า 1 ปีได้เท่าไหร่ เอาเงินเป็นตัวตั้ง แต่ผมต้องการอยากให้มองถึงเรื่องของความยั่งยืนทางด้านอาหาร เพราะคนทุกวันนี้มีงานประจำทำกันอยู่แล้วบางคนมีเงินเดือน เดือนละ 3๐,๐๐๐-5๐,๐๐๐ บาท แต่พอสิ้นเดือนเงินไม่เหลือเลย แต่คนกลุ่มนี้แหละมีที่ดิน แต่ทิ้งที่ดินของตัวมาทำงานในเมืองกันหมด ลองคิดดู ว่าถ้าคุณมีที่ดินสัก 1 ไร่ หรือ สัก 1ไร่ครึ่ง ออกแบบเนื้อที่ให้กะทัดรัด ถ้า 1 ครอบครัว คนหนึ่งทำงานประจำตามปกติ มีเงินเดือนเป็นรายได้หลัก ส่วนคนที่อยู่บ้านไม่ได้ทำงานอะไร เลี้ยงลูก ดูแลบ้านเฉยๆ ก็เป็นคนดูแลเรื่อง 1 ไร่นี้ แรงงานเพียงคนเดียวก็ทำได้ อยากกินอะไรก็ปลูก เพียง 1 ไร่ ก็มีกินทุกอย่าง “ ผู้ใหญ่สมศักดิ์กล่าว
เศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐานเริ่มต้นจากความมั่นคงทางอาหาร
เศรษฐกิจพอเพียง มี 2 ขั้น ขั้นที่ 1 เป็นขั้นพื้นฐาน ขั้นที่ 2 เป็น ขั้นก้าวหน้า แต่หลายคนมองข้ามขั้นพื้นฐานอย่างเรื่องความมั่นคงทางอาหารซึ่งเป็นขั้นพื้นฐานกันหมด ติดถึงแต่เรื่องรายได้ซึ่งเป็นขั้นก้าวหน้า พื้นที่น้อยๆ เพียง 1-2 ไร่ก็สามารถสร้างพื้นฐานของเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงได้ วันนี้ให้ทำขั้นพื้นฐานก่อน พอขั้นพื้นฐานสำเร็จแล้ว มีกินแล้ว เหลือกินแจก เหลือกินเก็บ เหลือใช้ เงินจะมาหาเอง
คิดอะไรไม่ออก ปลูกต้นไม้ไว้ก่อน
ผู้ใหญ่สมศักดิ์นำองค์ความรู้เรื่องป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง มาใช้ในพื้นที่ 1 ไร่ เพื่อสร้างพื้นฐานเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ลดรายจ่ายเรื่องค่าอาหาร ปลูกต้นไม้ ปลูกผักกินเองในบ้าน และ แจกจ่ายให้เพื่อนบ้านและมิตรสหาย
“ ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรดี ให้ใช้เวลาปลูกต้นไม้วันละ 10 ต้น เวลาที่เหลือจากนั้นก็ไปทำอย่างอื่ร ก็จะได้ป่า 3 อย่างไปโดยอัตโนมัติ ลองคิดดูว่า 365 วัน จะปลูกต้นไม้ได้ 3,650 ต้น หากปลูกมะเขือ 6 เดือนก็มีมะเขือกินแล้ว พริกก็เหมือนกัน แต่แทนที่จะกินพริกไปจนตายก็มาเพาะต้นพริกใส่ถุงไว้วันละ 10 ต้น หากจะขาย ก็ขายต้นละ 10 บาท วันหนึ่งก็ 100 บาท เพื่อนบ้านมาหา ใครไปใครมาก็แจกเขาไป เหลือกินให้แจก พอแจกบ่อยๆ เวลาไปทำงานไม่ต้องซื้ออะไรไปเลย ไปทำงานก็เอาของที่ปลูกที่บ้านใส่ถุงไปวางที่ทำงาน ฝากคนนู้นบ้าง คนนี้บ้าง ฝากทุกวัน ไม่ต้องไปซื้ออะไรกิน เดี๋ยวคนนั้น คนนี้ก็ซื้อของติดไม้ติดมือมาฝาก พอถึงเวลากลับบ้านก็ไม่ต้องซื้ออะไรกลับ เพราะที่บ้านมีทุกอย่างแล้ว พอถึงสิ้นเดือนดูสิว่าเงินเหลือเท่าไหร่ มีเงินเดือนเป็นรายได้หลัก ตัดค่าใช้จ่ายเรื่องการซื้ออาหารออกไป บริหารจัดการให้ได้บาท ให้ได้หมื่นเหลือหมื่น แค่นั้นก็พอแล้ว” พ่อผู้ใหญ่สมศักดิ์กล่าว
พลิกฟื้นดินเลว ปลูกต้นไม้ สร้างฝาย ขุดคลองไส้ไก่
เพื่อเป็นต้นแบบให้กับมนุษย์เงินเดือน พ่อผู้ใหญ่สมศักดิ์จึงได้ออกแบบพื้นที่ 1 ไร่ โดยเลือกพื้นที่ดินเลว เป็นดินทรายที่ใครๆปรามาสว่าปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น แต่พ่อผู้ใหญ่สมศักดิ์ก็ไม่ได้สนใจตัดสินใจซื้อที่ดินผืนนั้น เพื่อต้องการทำให้เป็นต้นแบบของ 1 ไร่ วัยทำงาน
เนื้อที่ 1 ไร่ ถูกออกแบบโดยยึดหลักความเหมาะสมของพื้นที่ พื้นที่ 1 ไร่ครึ่ง ของผมพื้นที่เป็นดินทรายทรายร่วนเป็นเม็ดๆเลย เป็นที่ต่ำ ทำนาก็ไม่ได้ ถ้าทำนาหน้าฝนก็น้ำท่วมเพราะมีคลองผ่าน แต่พอถึงฤดูแล้งน้ำแห้ง เวลาจะทำอะไรซักอย่าง พยายามทำในสิ่งที่คนไม่เชื่อ มันเป็นการท้าทายถ้าทำในสิ่งที่คนทำได้แล้วจะไปทำทำไม ผมตัดสินใจซื้อที่ตรงนี้ ตอนที่มาทำใครขับรถผ่านไปผ่านมาก็มองมาว่าทำอะไร ถามว่าจะทำได้เหรอ เพราะเขารู้ปัญหาของที่ดินผืนนี้ แต่ผมไม่สนและจะทำให้เห็นกับตา ผมตัดสินใจทำฝาย 2 ฝาย เพราะมีคลองผ่าน 100 กว่าเมตร ที่ตรงนี้มันแฉะเวลาน้ำมามันก็ท่วม ก็ต้องทำคลองไส้ไก่ หรือ ฟลัดเวย์รอบพื้นที่ ทีนี้พอน้ำมาที่เราก็น้ำไม่ท่วมแล้ว น้ำจะไหลไปรวมที่ฝายชะลอน้ำ แต่พอถึงหน้าแล้งฝายชะลอน้ำก็จะเก็บกักสะสมน้ำไว้อยู่ที่นั่น เป็นตาน้ำไว้ให้เราใช้ประโยชน์ในหน้าแล้ง”พ่อผู้ใหญ่อธิบายให้ฟังพร้อมทั้งพาเดินดูรอบสถานที่
1 ปี ปลูกต้นไม้ถามดิน พื้นที่น้ำไม่ท่วม และ น้ำไม่ขาด
ช่วง 1 ปี แรกถูกคนอื่นดูถูกสารพัด แต่ ผู้ใหญ่สมศักดิ์ก็ไม่ได้ใส่ใจ มุ่งมั่นปลูกต้นไม้ ปลูกเสร็จ ห่มฟาง ใส่ปุ๋ย รดน้ำแล้วก็ทิ้งเลย ตั้งแต่วันนั้น 3-4 เดือนก็เข้าไปทีนึง เพื่อเข้าไปแหวกต้นไม้ที่พันต้นไม้ ทำอยู่อย่างนั้นจนกระทั่ง 1 ปี ก็จะมีต้นไม้ที่ขึ้นและต้นไม้ที่ตาย แต่ส่วนใหญ่จะขึ้นมากกว่าตาย
พื้นที่ตรงไหนที่ต้นไม้ถูกน้ำท่วมตายผู้ใหญ่สมศักดิ์ก็ทำคลองไส้ไก่เพิ่ม ตรงไหนที่เป็นท้องกระทะก็ทำเป็นแก้มลิงอย่าปล่อยให้น้ำหยุดนิ่ง เพราะถ้าน้ำหยุดนิ่งเมื่อไหร่ ออกซิเจนไม่มี ต้นไม้ก็ไม่โต และในพื้นที่ก็จะปลูกต้นไม้หลายๆชนิด ให้สังเกตดูว่าปลูกต้นอะไรแล้วงามก็เลือกปลูกพืชชนิดนั้นในที่อื่นๆที่มีสภาพดินที่เหมือนกัน เป็นการปลูกต้นไม้แบบถามดิน ถามดินถามต้นไม้ สักปีหนึ่งต้นไม้ก็จะบอกเราเองว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร


การทำเกษตรปัญหาไม่ได้อยู่ที่ดิน แต่ปัญหาอยู่ที่คนแก้ปัญหาอยู่ที่คนแก้ปัญหาเรื่องดินไม่ได้
คนที่มีที่ดินมีปัญหาเหมือนผม ทำนาก็ไม่ได้ ทำสวนก็ไม่ได้ ปัญหาสารพัดต่างๆนานา แต่ผมจะบอกว่าผมทำได้ ดินไม่ได้มีปัญหาหรอก แต่คนนี่สิมีปัญหาเพราะว่าแก้ปัญหาเรื่องดินไม่ได้ ที่แปลงนี้ให้ปลูก ปลูกต้นไม้ทิ้งไว้ แต่ก่อนจะทิ้งไว้ให้เขียนคิ้ว ทาปากเสียก่อน อย่างน้อยในหน้าน้ำ น้ำต้องไม่ท่วม หน้าแล้งต้องมีน้ำ ถ้าทำอย่างนี้ได้ในหน้าแล้ง พื้นที่ 1 ไร่กว่าๆ เสียบมอเตอร์รดน้ำแค่ชั่วโมงเดียวก็เสร็จแล้ว ปลูกทิ้งไว้แล้วบอกเพื่อนบ้านเข้าไปเก็บผักผลไม้กินได้แล้วฝากบอกให้เขาดูๆ สวนให้ด้วย
ผู้ใหญ่สมศักดิ์ยังยึดหลักอยากกินอะไรให้ปลูกอย่างนั้น เลือกปลูกสิ่งที่ง่ายที่สุด ในพื้นที่ 1 ไร่ ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เลือกปลูกข่า อ้อย มะละกอ ขลู่ มันปู ตะเคียน ยางนา ไม้ไผ่ มะพร้าว หมาก ขนุน ช่วงแรกปลูกไปประมาณ 300-400 ต้น ตายไปเกือบครึ่ง เหลืออยู่ประมาณ 200 กว่าต้น หลังจากนั้นก็สังเกตดูต้นไม้ ตรงไหนที่จะพอทำเป็นแก้มลิงได้ ก็ขุดทำเป็นคลอง และเอาดินจากตรงนั้นไปถมที่ที่ต่ำ ในดินที่ 1 ไร่ ก็จะมีทั้งคลองไส้ไก่ แก้มลิง และ ฝาย
หากต้องการจะปลูกผักเพื่อเป็นรายได้ ผู้ใหญ่สมศักดิ์แนะนำว่าต้องเลือกปลูกชนิดที่ต้องการให้เป็นรายได้เพียงอย่างเดียว อย่างเช่นต้องการปลูกชะอมเพื่อเก็บยอดขาย ก็ให้ปลูกชะอมและศึกษาเรื่องชะอมมาอย่างดี ต้องรู้ว่าชะอมชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ชอบน้ำเยอะไหม ชอบดินแบบไหน เรื่องนี้คนปลูกต้องรู้ ส่วนพื้นที่ที่เหลือไว้ปลูกผักพื้นบ้าน ปลูกแต้ว ชะมวง ผักพื้นบ้าน ชนิดต่างๆให้เต็มพื้นที่เลย แต่ไปดูแลชะอมเพียงอย่างเดียว แต่ห้ามปลูกทุกอย่าง เอาเงินทุกอย่าง เพราะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก และผักพื้นบ้านที่ปลูกไว้ก็เป็นพื้นฐานความมั่นคงทางอาหาร ปลูกไว้กินเองในครัวเรือนและแจกเพื่อนบ้าน
ผู้ใหญ่สมศักดิ์ ในรายการจุดชนวนทางช่อง nation tv
หากแต่เริ่มต้นเสียตั้งแต่ในช่วงที่มีเรี่ยวมีแรง มีกำลังวังชา พื้นที่ ๑ ไร่ ก็คงไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป สนใจดูพื้นที่ต้นแบบ ๑ ไร่ วัยทำงาน ติดต่อสอบถามได้ที่
ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง
ตำบลสองสลึง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 081-7822404
ขอบคุณข้อมูลจาก : จากหนังสือเกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบับที่ ๔/๒๕๕๗ หน้า ๒๘ – ๓๒ บทสัมภาษณ์ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์
บทความที่ได้จัดทำขึ้นมานั้น มีจุดประสงค์เพื่อแบ่งปันความรู้ สาระ ความบันเทิง เรื่องราวกระแสโซเชียวที่มาแรงในขณะนั้น และความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณประกอบในการอ่าน หากมีบทความใดให้ข้อมูลผิดพลาดหรือไม่ได้อ้างอิงข้อมูล ทางผู้จัดทำขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย
สามารถติดต่อเพื่อแก้ไขหรือขอให้ลบบทความได้ที่เพจ : เพจนี้ มีให้แชร์